
เดินทาง : เมษายน – 30 กันยายน 2552 ทัวร์ไฮไลท์ :
นครวัด – นครธม – บันทายสรีออกเดินทางได้ ทุกวันศุกร์ ตั้งแต่ 8 ท่านขึ้นไป (ทัวร์จอย)
| วันแรก (ศุกร์) | กรุงเทพฯ – ปอยเปต – เสียมเรียบ | (เช้า/กลางวัน/เย็น) |
05.00 น. พร้อมกันที่…………………
05.30 น. ออกเดินทางโดย รถตู้ หรือ รถโค้ชปรับอากาศ สู่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว
09.30 น. ถึง ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ ปอยเปต หลังผ่านพิธีตรวจคนเข้าเมืองและศุลกากรแล้ว หยุดชม วัดสุเพียะมงคล สถานที่รวบรวมร่างผู้บริสุทธิ์ที่เสียชีวิตจากการกระทำของเหล่าเขมรแดง
12.30 น. รับประทานอาหารกลางที่ ห้องอาหารประกายพรึก
บ่าย จากนั้นออกเดินทางสู่ เสียมเรียบ นำท่านไปนมัสการ องค์เจค องค์จอม ซึ่งเป็นสถานที่ที่ศักดิ์สิทธิ์ที่ชาวเขมรให้ความนับถือและใครจะมาขอพรอะไรจากท่าน ก็จะสมหวังตามที่ขอไว้ จากนั้นเดินทางสู่โตนเลสาบ ซึ่งเป็นทะเลสาบน้ำจืดที่ใหญ่ที่สุดของเอเชีย ท่านจะได้ชมพระอาทิตย์ตกดินที่สวยที่สุดและชมทัศนียภาพที่สวยงาม เวิ้งว้างดุจล่องเรืออยู่ในทะเลกว้าง ได้เวลาแล้วเดินทางเข้าสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
นำท่านชม ตลาดค่ำ จากนั้นพักผ่อนตามอัธยาศัย
ที่พัก โรงแรม Lin Ratanak Angkor Hotel (3*) หรือเทียบเท่า | http://www.linratanakangkor.com/
| วันที่สอง (เสาร์) | เสียมเรียบ | (เช้า/กลางวัน) |
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เดินทางไปชม ปราสาทบันทายสรี (Banteay Srei) ซึ่งสร้างตอนปลายสมัยพระเจ้าราเชนทรวรมิน (พ.ศ.1510) แต่มาเสร็จเอาในสมัยพระเจ้าชัยวรมันที่ 5 ซึ่งเป็นพระราชโอรส แต่คนที่สร้างต่อจนเสร็จเป็นพราหมณ์ ชื่อคุรุยัชญวราหะ ตัวปราสาทสร้างในแนวราบ เป็นปราสาทหลังเล็กๆกลุ่มหนึ่ง สร้างด้วย หินทรายสีชมพู แกะสลักภาพนูนต่ำอย่างงดงามมาก โคปุระของปราสาทบันทายสรี มีลวดลายงดงามมาก จำหลักเป็นรูปพระอินทร์ทรงช้างเอราวัณ ผ่านโคปุระชั้นนอก ซึ่งมีกรอบประตูไม่ใหญ่นัก เข้าไปจะเป็นทางเดินปูลาดด้วยหินทราย สองข้างทางปักด้วยเสานางเรียงทำด้วยหินทรายเช่นกัน ห่างเป็นระยะๆ ถัดออกไปเป็น สระบารายขนาดเล็ก ซึ่งกินพื้นที่อ้อมไปถึงกลุ่มตัวปราสาทด้านใน ปราสาทบันทายสรี หรือที่ชาวเขมรเรียกว่า "บันเตย์เสรย" แปลว่า "ป้อมแห่งสตรี" ถ้าแปลตามภาษาสันสกฤตซึ่ง "ศรี" แปลว่า ความดีงามแล้ว ก็อาจจะแปลได้ว่า "ป้อมที่สวยงาม" เดินทางกลับนำท่านแวะชม ปราสาทตาพรหม สร้างในปี พ.ศ.1729 โดยพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 เพื่ออุทิศถวายแด่พระราชมารดา เป็นวัดในพุทธศาสนาที่มีขนาดใหญ่โตมากกว่าสนามหลวงของไทย ตั้งอยู่กลางป่าและมีแมกไม้ขึ้นปกคลุม
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร New Bayon (พื้นเมือง)
บ่าย ชมกลุ่มปราสาทนครธม เริ่มจาก สะพานนาคราช ซึ่งด้านหนึ่งเป็นศิลาสลักเป็นรูปเทวดากำลังฉุดนาค ส่วนอีกด้านหนึ่งเป็นรูปอสูร ซึ่งมีขนาดใหญ่มากกว่า 5 เท่าคนจริง รวมกันถึง 108 ตน เป็นสะพานที่กษัตริย์เขมรใช้เป็นทางเสด็จผ่านเข้าออกเมืองนครธมของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 นำชม ประตูเมือง ที่มียอดเป็นรูปพระโพธิสัตว์หันพระพักตร์ไปทั้ง 4 ทิศที่วิจิตรพิศดารกว่าในประตูเมืองในประเทศต่างๆ ที่ท่านเคยพบมา จากนั้นชม ปราสาทบายน ซึ่งเป็นศูนย์กลางของอังกอร์ธมหรือนครธม เป็นสุดยอดของปราสาทเขมรในยุคเสื่อม คือ ในรัชกาลของพระเจ้าชัยวรมันที่ 7 ยอดปราสาทขนาดยักษ์ทุกหลัง จะแกะเป็นเทวพักตร์ 4 หน้า หันออกไปทอดพระเนตรความเป็นไปและทุกข์สุขของประชาชนทั้ง 4 ทิศ จากนั้นเดินทางผ่านชมพลับพลาหรือ บัลลังก์ช้าง ซึ่งฐานของพลับพลาสร้างด้วยหินจำหลัก เป็นรูปการจับช้างและครุฑ ยาวประมาณ 300 เมตร เป็นสถานที่กษัตริย์นั่งทอดพระเนตรการสวนสนาม การซ้อมรบ และการเฉลิมฉลองต่างๆ จากนั้นชม สิ่งมหัศจรรย์ 1 ใน 7 ของโลก ที่เปรียบเสมือนวิมานของเทพเจ้าสูงสุดที่บรรจงชะลอลงมาประดิษฐานไว้ในโลกมนุษย์ และถือว่าเป็นสถานที่สุดยอดในการเดินทางครั้งนี้ นั่นคือ ปราสาทนครวัด ซึ่งสร้างขึ้นเมื่อประมาณ พ.ศ.1650-1720 โดยพระเจ้าสุริยวรมันที่ 2 โดยถวายเป็นพุทธบูชา ชมรูปสลักนางอัปสรนับหมื่นองค์ ชมภาพแกะสลักนูนต่ำ การกวนเกษียรสมุทร ซึ่งเป็นพิธีกรรมโบราณอันศักดิ์สิทธิ์น่าสนใจเป็นอย่างยิ่ง ท่านจะได้ชม ภาพการยกกองทัพของพระเจ้าสุริยวรมันที่ 1 โดยมี ภาพกองทัพของเสียมกุก ซึ่งเป็นบรรพบุรุษของพวกเราชาวไทยปรากฏอยู่ด้วย เราจะใช้เวลาตลอดทั้งบ่ายวันนี้ ชื่นชมกับความมหัศจรรย์ของคนโบราณที่สร้างสรรค์สถาปัตยกรรมอันวิจิตร ที่อาจเปรียบเทียบกับบุโรพุทโธของชวา และปิรามิดของอียิปต์ ได้อย่างไม่น้อยหน้ากัน จนท่านอาจรู้สึกว่าเข็มนาฬิกาของท่านหมุนไปอย่างรวดเร็วเหลือเกิน
17.30 น. เดินทางไปชมพระอาทิตย์อัสดงที่เขา พนมบาเค็ง ท่านสามารถมารถมองเห็นวิวของปราสาทนครวัดจากเบื้องสูง เมื่อท่านมายืนอยู่บนเขาพนมบาเค็งนี้ เราจะชมตะวันที่ค่อยๆคล้อยต่ำลงจนลับสายตา จะเป็นภาพที่ประทับใจมิรู้ลืมเลย จากนั้นเดินทางกลับสู่ที่พัก
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร พร้อมชมการแสดงพื้นเมือง
ที่พัก โรงแรม Lin Ratanak Angkor Hotel (3*) หรือเทียบเท่า | http://www.linratanakangkor.com/
| วันที่สาม (อาทิตย์) | เสียมเรียบ– ปอยเปต – กรุงเทพฯ | (เช้า/กลางวัน/เย็น) |
เช้า รับประทานอาหารเช้าในโรงแรม
เช็คเอ้าท์จากโรงแรม ให้ท่านได้มีเวลาเลือกซื้อสินค้าพื้นเมืองที่ระลึกฝากทางบ้านที่ ตลาดเช้าเสียมเรียบ อาทิ ปลากรอบ ของที่ระลึกต่างๆ ได้เวลาสมควร นำท่านเดินทางสู่ชายแดนไทย
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวันที่ จ.ศรีโสภณ
15.00 น. ถึงชายแดนไทย หลังผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมือง และศุลกากรแล้ว เดินทางโดยรถตู้กลับกรุงเทพฯ
20.00 น. ถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ
*** สิ้นสุดรายการทัวร์ ***
ค่าบริการทัวร์
| Hotel | 4-7 pax | 8-10 pax | SGL SUPP |
| 3* Hotel – Linratanak | http://www.linratanakangkor.com/ | 8,700.- | 7,300.- | 1,000 |
| 4* Hotel – Angkor Holiday | http://www.angkorholidayhotel.com/ | 9,000.- | 7,700.- | 1,200 |
ราคานี้รวม
- ค่าพาหนะตลอดการเดินทางโดยรถตู้หรือรถโค้ชปรับอากาศตั้งแต่กรุงเทพฯ จนสิ้นสุดการเดินทาง
- ค่าโรงแรมที่พักพร้อมอาหาร, ค่าเข้าชมสถานที่
- ค่าบริการต่างๆ ที่ระบุอยู่ในรายการ
- เจ้าหน้าที่จากกรุงเทพฯ บริการรับ-ส่งที่ชายเดน
- เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นซึ่งพูดภาษาไทยที่จะคอยแนะนำสถานที่เข้าชมและบริการภายในประเทศกัมพูชา
- ค่าวีซ่าและค่าธรรมเนียมการผ่านด่านฝั่งไทยและประเทศกัมพูชา
ราคานี้ไม่รวม
- ค่าใช้จ่ายส่วนตัว อาทิ ค่าโทรศัพท์ ค่าเครื่องดื่ม ค่าซักรีด
- ค่านำกล้องถ่ายรูป และ กล้องวีดีโอ เข้าไปในสถานที่บางแห่ง
- ค่าทิปไกด์ และคนขับรถ
- ค่าภาษีมูลค่าเพิ่ม 7%
เอกสารประกอบการเดินทาง
- หนังสือเดินทางที่มีอายุการใช้งานเหลือไม่น้อยกว่า 6 เดือน (นับจากวันเดินทาง)
- รูปถ่าย 2 นิ้ว จำนวน 2 รูป
หมายเหตุ
- การเดินทางอาจมีปัญหาเฉพาะหน้าขึ้นผู้บริการขอสงวนสิทธิ์ที่จะแก้ไขสับเปลี่ยนรายการตามความจำเป็นและเหมาะสม
- ราคาสิ้นสุด 30 กันยายน 2552

