เดินทาง : 11 – 16 เมษายน 2551
|
วันแรก |
กรุงเทพฯ – มุกดาหาร |
18.00 น คณะพร้อมกันที่บริเวณลานจอดรถ ลุมพินี ไนท์ บาร์ซา พบกับเจ้าหน้าที่ต้อนรับและอำนวยความ
สะดวก (ไม่มีบริการอาหารค่ำ )
19.00 น ออกเดินทางโดยรถโค้ช สู่จังหวัดมุกดาหาร บริการอาหารว่างบนรถ เส้นทางผ่านสระบุรี โคราช
มหาสารคาม ร้อยเอ็ด กาฬสินธ์ มุกดาหาร
|
วันที่สอง |
มุกดาหาร – สะหวันนะเขต – อุโมงค์วินห์ม็อก – ดองฮา – เว้ |
05.00 น ถึง จังหวัดมุุกดาหาร นำท่านเข้า โรงแรมริเวอร์ ซิต ี้เพื่อทำธุระส่วนตัว
06.00 น รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
หลังอาหารเดินทางสู่ด่านตรวจคนขาออก นำท่านข้ามแม่น้ำโขงสู่เมืองสะหวันนะเขต สปป.ลาว ตาม
เส้นทางไฮเวย์ทางหลวง หมายเลข 9 ท่านจะได้สัมผัสกับชีวิตของชาวลาวและชนกลุ่มน้อย ทั้งลาวเทิง
ลาวลุ่ม ในระหว่างการเดินทาง
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ที่เมืองพิณ ในประเทศลาว
บ่าย ถึงด่านแดนสะหวัน(ลาว) และด่านลาวบาว(เวียดนาม) ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองทั้ง 2 ประเทศ
สามารถแลกเงินด่องได้ที่นี่ จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมืองดองฮา ซึ่งตั้งอยู่บนแม่น้ำเบนไห่ ในแนวเส้น
ขนานที่ 17 เป็นแม่น้ำสายประวัติศาสตร์ที่แบ่งแยกเวียดนามเหนือ-ใต้ เข้าสู่ หมู่บ้านวินห์ม็อก ชม อุโมงค์
หลบภัยใต้ดินจากการทิ้งระเบิดอย่างหนักของทหารอเมริกา ซึ่งคนทั้งหมู่บ้านช่วยกันแอบขุดในตอน
กลางคืนหรือขุดในในขณะมีเสียงปืน เสียงระเบิด ขนดินทิ้งทะเล เพื่ออำพรางไม่ให้ข้าศึกรู้ ในปี 1966
เป็นอุโมงค์ใต้ดินที่มีความสำคัญในสงครามเวียดกง ใช้เวลาในการขุด 20 เดือน ซึ่งสามารถนำชาวบ้าน
เข้าไปหลบภัยได้จำนวน 380 คน ภายในอุโมงค์นี้จะมีทั้ง ห้องนอน ห้องพยาบาล ห้องประชุมขนาด 50-60
คน ห้องอาบน้ำ บ่อน้ำดื่ม และชาวบ้านเหล่านี้อาศัยอยู่ในอุโมงค์ถึง...5 ปี อีกทั้งระยะเวลาดังกล่าว มีเด็กที่
เกิดในอุโมงค์นี้เป็นจำนวนประมาณ 16 คน หลังจากเสร็จสิ้นสงครามเด็กเหล่านี้ก็จะมาคอยดูแลรักษาอุโมงค์
แห่งนี้และคอยบริการนักท่องเที่ยวที่มาเยี่ยมเยือนด้วย เมื่อท่านผ่านประตูทางออกอุโมงค์ ท่านจะได้พบกับ
คาบสมุทรทะเลจีนใต้และก็เดินเรียบชายฝั่งทะเลเพื่อเดินทางกลับขึ้นรถ เพื่อเดินทางสู่ เมืองเว้
เย็น รับประทานอาหารเย็นที่ Duy Tan Hotel หรือเทียบเท่า หลังอาหารเชิญท่านพักผ่อน หรือ
ท่องราตรีตามอัธยาศัย
|
วันที่สาม |
ล่องแม่น้ำหอม – เว้ (พระราชวังหลวง – สุสานพระเจ้าไคดิงห์) – เจดีย์เทียนมู – ฮอยอัน |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
ั้นำท่านชม พระราชวังหลวงของจักรพรรดิ์และสุสานของพระราชวังศ์ ที่สร้างไว้กลางป้อมอย่างแข็งแรง
เที่ยวชม พระราชวังโบราณแห่งสุดท้ายของเวียดนาม UNESCO ประกาศให้เป็นแหล่งมรดกโลก ต่อจาก
นั้นนำชม เจดีย์วัดเทียนมู่ สูงริมแม่น้ำหอมประกอบด้วยหอคอย 8 เหลี่ยม 7 ชั้น แต่ละชั้นเป็นตัวแทนของ
ภพแต่ละภพของพระพุทธเจ้า นำท่าน ล่องเรือแม่น้ำหอม (Huong) ชมบรรยากาศและชีวิตความเป็นอยู่
สองฝั่งแม่น้ำซึ่งมีความกว้างพอๆกับลำน้ำเจ้าพระยา
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองดานัง เมืองท่าที่มีขนาดใหญ่ เมืองที่ได้ชื่อว่าไร้ขอทาน ชาวเมืองโดยส่วน
ใหญ่ประกอบอาชีพค้าขาย ระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ของภูเขาอันสวยงามสลับซับซ้อนของหุบเขาไฮวาน
และจุดชมวิว ซึ่งได้ชื่อว่าเป็นถนนที่สวยที่สุดในเวียดนามกลาง ผ่านคาบสมุทรลังโก ลอดอุโมงค์ความยาว
6,000 เมตร ที่มีความยาวที่สุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ สร้างโดยวิศวกรชาวญี่ปุ่นซึ่งเป็นการเพิ่มความ
สะดวกรวดเร็วในการเดินทางระหว่างตอนเหนือและตอนใต้ของประเทศ ระหว่างทางจะมีกุ้งดองและน้ำปลา
จากเมืองนามโอ ที่มีรสอร่อยที่สุดในเวียดนามวางจำหน่ายตลอดเส้นทาง จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ เมือง
ฮอยอัน เมืองมรดกโลก นำท่านตามรอยละครดัง “ฮอยอันฉันรักเธอ” ที่เมืองฮอยอัน อดีตเมืองท่าเรือ
การค้าที่สำคัญที่สุดแห่งหนึ่งในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้เมื่อ 300 กว่าปีก่อน ซึ่งมีชาวจีนและชาวญี่ปุ่นเคย
เข้ามาค้าขาย ชมเมืองเก่าแก่ได้รับการบูรณะอย่างดีและต่อเนื่องโดยลูกหลานมาแล้วประมาณ 8 รุ่น
ท่านจะได้ชม สมาคมของชาวจีนจากมณฑลกวางตุ้ง มณฑลกวางสี ฟุเกวี๋ยน ที่ใช้เป็นที่ชุมนุมกัน ชม
สะพานญี่ปุ่น สร้างขึ้นโดยชุมชนชาวญี่ปุ่นในพุทธศตวรรษที่ 23 ด้วยรูปทรงโค้งของตัวสะพานและหลังคา
มุงกระเบื้องสีเขียวและเหลืองเป็นลูกคลื่นที่ต่อเชื่อมระหว่างชุมชนชาวจีนและญี่ปุ่น เลือกซื้อสินค้าที่ระลึก
อาทิ โคมไฟ ภาพปัก ผ้าไหม ไม้แกะสลักฯลฯ
ค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร หลังอาหารเชิญท่านพักผ่อนหรือท่องราตรีตามอัธยาศัย ชมความ
สวยงามของเมืองฮอยอันยามค่ำคืน หรือปั่นจักรยานชมเมืองฮอยอัน ตามรอยละคร “ฮอยอันฉันรักเธอ”
พักที่โรงแรม Van Loi Hotel หรือเทียบเท่า ณ เมืองฮอยอัน
|
วันที่สี่ |
ดานัง – พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจามแห่งดานัง – มรดกโลกฮอยอัน - ตลาดดองบา – เว้ |
เช้า รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารของโรงแรม
นำท่านกลับสู่เมืองดานัง ชม พิพิธภัณฑ์ประติมากรรมจาม ตั้งอยู่ริมฝั่งแม่น้ำซอง หาน เป็นสถานที่รวบรวม
ประติมากรรมจามชิ้นเยี่ยมๆหลายยุคจากปราสาทต่างๆมาไว้ด้วยกัน ตัวอาคารหลักของพิพิธภัณฑ์เริ่มสร้าง
ครั้งแรกเมื่อ พ.ศ.2458 โดยความร่วมมือกันระหว่าง อองรี ปาร์มองติเอร์ นักประวัติศาสตร์ศิลปะจาม และ
สถาปนิกฝรั่งเศส คือ เดอลาวาลและโอแกลร์ พิพิธภัณฑ์แห่งนี้เคยถูกใช้เป็นที่พักของรัฐบาลไซ่ง่อนและ
รอดพ้นจากเครื่องบินทิ้งระเบิดของอเมริกาในสงครามเวียดนามมาได้
กลางวัน รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
บ่าย นำท่านเดินทางสู่ เมืองเว้ ระหว่างทางจะได้ชมทิวทัศน์ของภูเขาอันสวยงาม สลับซับซ้อนของหุบเขา
ไฮวานและจุดชมวิว ผ่านคาบสมุทรบลังโก ถึงเมืองเว้ ชม สุสานพระเจ้าไคดิงห์ กษัตริย์องค์ที่ 12 ของ
ราชวงศ์ที่ถือว่าเป็นสุสานที่สวยงามที่สุดของราชวงศ์เหงียน ซึ่งออกแบบ ผสมผสานแบบฝรั่งเศส ใช้วัสดุใน
การก่อสร้างที่มีราคาแพงและใช้เวลาก่อนสร้างเป็นระยะเวลานาน ชมภาพมังกรในม่านเมฆ และถ่ายรูปกับ
รูปปั้นตุ๊กตาหิน ทหารม้า ลักษณะคล้ายสุสานจิ๋นซีฮ่องเต้ เมืองซีอาน ประเทศจีน จากนั้นนำท่านแวะเลือก
ซื้อของฝากของที่ระลึกที่ตลาดดองบา เป็นศูนย์กลางสินค้าและเศรษฐกิจที่สำคัญของเมืองเว้
่ำค่ำ รับประทานอาหารค่ำ ณ ภัตตาคาร
จากนั้นนำเข้าสู่ที่พัก ณ โรงแรม Dong Troung Son Hotel หรือเทียบเท่า เชิญท่านพักผ่อนหรือท่องราตรี
ตามอัธยาศัย ความงดงามของเมืองเว้ ยามราตรี เสน่ห์ที่ทุกท่านจะประทับใจมิรู้ลืม
|
วันที่ห้า |
เว้ – สะหวันนะเขต – มุกดาหาร – ตลาดอินโดจีน – กรุงเทพฯ |
05.00 น รับประทานอาหารเช้า ณ ห้องอาหารโรงแรม
จากนั้นนำท่านเดินทางสู่ สะหวันนะเขต โดยผ่านด่านลาวเบา เข้าประเทศลาว ชมชีวิตประจำวันของชาวบ้าน
ที่ตั้งบ้านเรือนอยู่สองฝั่งถนน และชมวิวทิวทัศน์ตามอัธยาศัย
เที่ยง รับประทานอาหารกลางวัน ณ ภัตตาคาร
เดินทางต่อสู่มุกดาหารกลับถึงชายแดนไทย – ลาว ผ่านพิธีการตรวจคนเข้าเมืองกลับสู่จังหวัดมุกดาหาร
แวะตลาดอินโดจีนเดินช้อปปิ้งตามอัธยาศัย
*** กรณีมีเวลา ทางบริษัทขอเพื่มรายการท่องเที่ยวมุกดาหารให้ท่านอีก 1 รายการ “หอแก้วมุก
ดาหาร” เป็นหอแก้วที่สร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในวโรกาสครบ
รอบ 50 ปี สูงทั้งสิ้น 65 เมตร เป็นสถานที่เก็บประวัติศาสตร์ของเมืองมุกดาหาร แสดงนิทรรศการ
ศิลปวัฒนธรรม และ วิถีชีวิตของคนฝั่งโขง ตั้งแต่อดีตบนยอดสูงสุดเป็นที่ตั้งของ “ลูกแก้วมุกดา”
มีลักษณะกลมสีขาวหมอกมัว ทำมาจากประเทศเยอรมนี มีเส้นผ่าศูนย์กลาง ประมาณ 10 เมตร
ภายในประดิษฐาน “พระพุทธรูปประจำวันเกิดต่างๆ ทั้ง 7 วัน สามารถชมวิวทิวทัศน์รอบตัวเมือง
มุกดาหาร แม่น้ำโขงและแขวง สะหวันนะเขตได้อย่างชัดเจน ***
17.30 น รับประทานอาหารเย็น ณ ภัตตาคาร จากนั้นนำท่านเดินทางต่อสู่กรุงเทพฯ
|
วันที่หก |
มุกดาหาร – กรุงเทพฯ |
เช้า เดินทางถึงกรุงเทพฯ โดยสวัสดิภาพ |